Wolbers Lab Health กินถั่วให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

กินถั่วให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

หลายคนเลือกขนมขบเคี้ยวเป็นของว่างในช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าเราก็รู้อยู่แล้วว่าขนมเหล่านั้นมีโซเดียมสูงมาก ซึ่งส่งผลต่อร่างกายขอเราด้วยแต่ก็ไม่รู้จะเลือกกินอะไร โดยเฉพาะในช่วงเวลาทำงาน หรืออ่านหนังสือ ถ้าไม่ได้หยิบอะไรเข้าปากก็จะทำให้รู้สึกง่วงนอนตลอดเวลา ดังนั้นวันนี้เรามาเปลี่ยนจากขนมเป็นถั่ว เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นกันเลย 

ประโยชน์ของการกินถั่วเป็นประจำ

มีสารต้านอนุมูลอิสระ

ใครที่กำลังรู้สึกตัวเองมีผิวที่หมองคล้ำ ไม่สดใส นั่นเป็นเพราะอนุมูลอิสระ รวมทั้งยังทำให้สมองและระบบภูมิคุ้มกันทำงานด้อยประสิทธิภาพลงอีกด้วย ดังนั้นเราควรทานอะไรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งแน่นอนว่าในถั่วแทบจะทุกชนิดนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังและช่วยป้องกันการทำงานของอนุมูลอิสระได้ 

ควบคุมน้ำหนักได้ 

แม้ว่า ถั่ว จะมีส่วนประกอบสำคัญคือไขมัน แต่การรับประทาน ถั่ว โดยยึดหลักการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และกำหนดมิให้ได้รับพลังงานเกินความจำเป็น ทั้งนี้ ปริมาณไขมันที่มีใน ถั่ว fiber ที่อยู่ใน ถั่ว จะทำให้คนที่รับประทานอาหารอิ่มไม่อยากรับประทานอาหารอื่น

ช่วยลดความดันโลหิต

มีการศึกษามากมายพบว่าการเติมถั่วลงไปในอาหารที่รับประทานจะช่วยลดระดับความดันโลหิตตัวบนและความดันโลหิตตัวล่างลงได้ โดยเฉพาะถั่วพินโต ถั่วขาว ถั่วลิสงและถั่วดำ ดังนั้นสำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ถั่วถือเป็นอาหารสุขภาพที่ดีและควรรับประทานอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ แต่ก็ควรจะหลีกเลี่ยงถั่วอบเกลือ เพราะเกลือนี่ล่ะที่จะทำให้ความดันโลหิตขึ้นได้ง่าย ๆ

มีวิตามินบีสูง

ในถั่วหลาย ๆ ชนิดนั้นมีแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญอย่างไนอะซิน (Niacin), ไรโบเฟลวิน (Riboflavin) วิตามิน B6 และ โฟเลตสูง และเจ้าวิตามินบีนี่ล่ะค่ะที่มีส่วนช่วยในการแปลงอาหารที่รับประทานเข้าไปให้เป็นพลังงาน แถมยังช่วยสร้างเสริมคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี และลดอาการอักเสบอีกด้วย โดยมีการศึกษาระบุว่าโฟเลตและวิตามิน B6 มีส่วนช่วยอย่างมากในการลดความเสี่ยงโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจด้วย

ดีต่อระบบย่อยอาหาร

ไฟเบอร์มีส่วนสำคัญที่ให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น โดยจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง และช่วยป้องกันท้องผูก คนที่รับประทานถั่วทุกวันจะมีอาการท้องอืดเพียงแค่ในสัปดาห์แรก ๆ แต่หลังจากสัปดาห์ที่ 3 ของการรับประทานถั่ว อาการท้องอืดก็จะหายไป แต่ถ้าไม่อยากให้เกิดอาการท้องอืดละก็ หลังจากรับประทานถั่วเข้าไปก็ควรจะดื่มน้ำตามมาก ๆ เพื่อไม่ให้ไฟเบอร์จากถั่วติดค้างอยู่ในกระเพาะอาหารจนทำให้เกิดอาการท้องอืด

Related Post

เครื่อง ฟอก อากาศ ภูมิแพ้

คนเป็นภูมิแพ้ควรใช้เครื่องฟอกอากาศแบบไหน? ดูจากอะไรบ้างคนเป็นภูมิแพ้ควรใช้เครื่องฟอกอากาศแบบไหน? ดูจากอะไรบ้าง

อาการภูมิแพ้เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการจามบ่อย คัดจมูก หรือระคายเคืองตา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ การใช้ เครื่องฟอกอากาศภูมิแพ้ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมในการช่วยลดปัจจัยกระตุ้นอาการเหล่านี้ แต่คำถามคือ ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะสม? มาดูคำแนะนำกัน ทำไมคนเป็นภูมิแพ้ควรใช้เครื่องฟอกอากาศ การฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสามารถลดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ทำให้อาการแพ้ลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การเลือก เครื่องฟอกอากาศภูมิแพ้ ที่เหมาะสมจึงสำคัญอย่างมาก ปัจจัยสำคัญในการเลือกเครื่องฟอกอากาศภูมิแพ้ 1. ประสิทธิภาพของแผ่นกรอง (Filter) แนะนำให้เลือกเครื่องที่มีระบบกรองหลายชั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟอกอากาศ 2.

คลินิกมีบุตรยาก

 ทำไมถึงมีบุตรยาก: เจาะลึกสาเหตุและวิธีรับมืออย่างมืออาชีพ | คลินิกมีบุตรยาก ทำไมถึงมีบุตรยาก: เจาะลึกสาเหตุและวิธีรับมืออย่างมืออาชีพ | คลินิกมีบุตรยาก

การมีบุตรถือเป็นสิ่งที่คู่รักหลายคู่ใฝ่ฝัน แต่ในปัจจุบัน การมีบุตรยาก กลายเป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อคู่รักจำนวนมากที่ต้องพึ่งคลินิกมีบุตรยาก ซึ่งบทความนี้จะเจาะลึกสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก  ทั้งจากฝ่ายชายและหญิง  พร้อมแนะนำแนวทางการรับมืออย่างมืออาชีพ  เพื่อช่วยให้คู่รักที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้  สามารถก้าวผ่านไปด้วยความมั่นใจ สาเหตุของการมีบุตรยาก ฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง แนวทางการรับมือกับการมีบุตรยาก  บทสรุป: การมีบุตรยากเป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม  คู่รักที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้ควรปรึกษาแพทย์หรือคลินิกมีบุตรยากที่ช่วยให้คำแนะนำและหาสาเหตุแนวทางการรักษาที่เหมาะสมพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ส่งเสริมสุขภาพ สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันเพื่อร่วมกันก้าวผ่านปัญหาไปด้วยความมั่นใจและประสบความสำเร็จในการมีครอบครัวที่อบอุ่น

หูไม่ได้ยิน

หูไม่ได้ยินจากภาวะเสียงในหู (Tinnitus): วิธีบรรเทาอาการที่คุณสามารถทำได้เองหูไม่ได้ยินจากภาวะเสียงในหู (Tinnitus): วิธีบรรเทาอาการที่คุณสามารถทำได้เอง

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์กับ หูไม่ได้ยิน หรืออาการหูอื้อที่เกิดจากภาวะเสียงในหู (Tinnitus) ซึ่งทำให้รู้สึกมีเสียงดังในหูโดยที่ไม่มีแหล่งเสียงจากภายนอก ภาวะนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากการฟังเสียงดัง การมีปัญหาทางการแพทย์ หรือแม้กระทั่งความเครียด แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะมีวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการได้ ที่คุณสามารถทำเองที่บ้าน ทำไมถึงเกิดภาวะเสียงในหู (Tinnitus)? ภาวะเสียงในหูเกิดจากการที่สมองรับข้อมูลจากหูผิดปกติ ซึ่งทำให้เกิดเสียงที่เราได้ยินเอง แม้ว่าจะไม่มีเสียงจากภายนอกก็ตาม สาเหตุของ Tinnitus อาจมาจากหลายปัจจัย เช่น การฟังเสียงดังต่อเนื่อง การมีปัญหาการไหลเวียนเลือดในหู หรือการมีการติดเชื้อในหู วิธีบรรเทาอาการหูไม่ได้ยินจากภาวะเสียงในหู สรุป หูไม่ได้ยินจากภาวะเสียงในหู (Tinnitus) เป็นอาการที่หลายคนอาจพบเจอ แต่ไม่ต้องตกใจเพราะมีวิธีบรรเทาอาการได้