Wolbers Lab Learning วิชานอกห้องเรียนที่จะเปลี่ยนวันเดิม ๆ  ให้กลายเป็นวันสนุก!

วิชานอกห้องเรียนที่จะเปลี่ยนวันเดิม ๆ  ให้กลายเป็นวันสนุก!

สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่รู้สึกเบื่อการเรียนแบบเดิม ๆ ที่มีเพียงแค่หลักสูตรภายในห้องเรียน ไม่ว่าจะคณิตศาสตร์ สังคม วิทยาศาสตร์ เคมี ชีวะ และอีกสารพัดวิชาที่ต้องเรียนต่อเนื่อง 5 วันต่อสัปดาห์ อยากมองหาวิชานอกห้องเรียนที่ทั้งสนุก ได้ความรู้ และช่วยเพิ่มทักษะ วันนี้พี่ ๆ จัด 5 วิชานอกห้องเรียนที่จะเปลี่ยนวันเดิม ๆ ของน้อง ๆ ให้กลายเป็นวันสุดสนุกสุดเหวี่ยงมาให้ได้ลอง

5 วิชานอกห้องเรียนที่น้อง ๆ ไม่ควรพลาด

ช่วงวัยเรียนการหาความรู้เพียงแค่ในตำราและในห้องเรียนไม่เพียงพอที่จะสามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ที่มีส่วนในการพัฒนาขอบเขตของความคิด ความรู้ และทักษะต่าง ๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมองหากิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติม หรือเสริมทักษะในส่วนที่ขาด หากน้อง ๆ คนไหนที่สนใจสามารถนำไอเดีย 5 วิชานอกห้องเรียนต่อไปนี้ ไปลองค้นหาสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบหรือประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเรียนรู้ได้

1. ปลูกต้นไม้

บอกเลยว่า กิจกรรมนี้ต้องถูกใจและสนุกสุด ๆ ๆอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะได้สร้างสิ่งแวด้อมที่น่าอยู่ เพิ่มสีเขียวให้กับโลกของเราแล้ว ยังได้ออกไปทำกิจกรรมนอกพื้นที่ ได้เห็นบรรยากาศใหม่ ๆ มุมมองใหม่ ๆ จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียน เช่น การสร้างจิตสำนึกและรับผิดชอบต่อสิ่งต่าง ๆ มีส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบแบบเดียวกัน

2. ช่วยคุณพ่อ – คุณแม่ทำธุรกิจหรือกิจการส่วนตัว

การทำธุรกิจหรือการประกอบกิจการส่วนตัวไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสามารถประสบความสำเร็จและก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่ยากจะหาใครเทียบเคียงได้ และการได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากคุณพ่อ – คุณแม่น้อง ๆ ก็จะได้เห็นถึงรูปแบบการทำงานจริง ๆ ว่า เป็นอย่างไร ใช้ทักษะอะไรบ้างในการทำงาน ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ให้น้อง ๆ นำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานในอนาคต หรือใครที่มีความฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็ถือเป็นก้าวเล็ก ๆ ของการเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน

3. เดินทางท่องเที่ยว

วิชานอกห้องเรียนที่ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนไหนก็ไม่สามารถที่จะมอบให้กับน้อง ๆ ได้ นั่นก็คือ การเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ตนเองอยากไป ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา น้ำตก เรียกได้ว่า นอกจากจะได้พักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังได้เรียนรู้ทักษะในการเอาตัวรอด การบริหารจัดการ การวางแผนการเดินทาง การจัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง พร้อมทั้งฝึกฝนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ในกรณีที่น้อง ๆ พบว่า เกิดปัญหาขึ้นระหว่างการเดินทาง ก็จะทำให้รู้ว่า ควรแก้ไขอย่างไรจึงจะทำให้น้อง ๆ สามารถไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้

4. เรียนออนไลน์

กระบวนการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา หากน้องมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงที่จะเรียนรู้ก็สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการค้นหา Content หรือเรื่องราวที่สนใจ เช่น ทำอาหาร ทำขนม วาดภาพ ผลิตสิ่งของเครื่องใช้ และอื่น ๆ อีกมากมายผ่านทางเพจ Facebook, YouTube หรืออินเทอร์เน็ตก็จะพบกับความรู้ต่าง ๆ ที่สามารถเรียนรู้ได้แบบฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย

5. กำหนดเป้าหมาย

นี่เป็นหนึ่งในวิชานอกห้องเรียนที่น้อง ๆ ควรฝึกฝนเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะมีประโยชน์อย่างมากในการนำพาไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ไม่ว่าความสำเร็จของน้อง ๆ จะมีขนาดเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากน้องมีความชัดเจนมากพอสักวันหนึ่งจะสามารถไปถึงจุดที่ตัวเองต้องการได้อย่างแน่นอน

หวังว่า 5 วิชานอกห้องเรียนที่พี่ ๆ ได้รวบรวมนำมาให้น้อง ๆ ได้อ่านและลองทำในวันนี้จะมีประโยชน์ ไม่มากก็น้อย ที่จะนำไปใช้เป็นตัวเลือกในการมองหากิจกรรมที่เสริมสร้างทักษะความรู้ ความสามารถ ในรูปแบบที่สนุกสนานและไม่น่าเบื่อ

Related Post

Smoke detector

เพิ่มความปลอดภัยบ้านด้วย Smoke Detector เพิ่มความปลอดภัยบ้านด้วย Smoke Detector 

ความหมายและบทบาทของ Smoke Detector ในบ้าน Smoke detector หมายถึงอุปกรณ์ตรวจจับควันไฟที่ติดตั้งในบ้านหรือสถานที่ต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนเมื่อมีการเกิดไฟไหม้ในระยะเริ่มต้น โดยระบบนี้ทำงานผ่านเซ็นเซอร์ที่ตอบสนองต่ออนุภาคควันหรือการเปลี่ยนแปลงของอากาศภายในพื้นที่ การตั้งค่าและติดตั้ง smoke detector อย่างถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย เพราะสามารถลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ร้ายแรงและช่วยชีวิตได้ทันเวลา ประเภทของ Smoke Detector ที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้ Smoke detector ทั่วไปแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีเฉพาะตัวที่เหมาะสมกับการใช้งานในบ้านประเภทต่างๆ การเลือกประเภท smoke detector ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนและลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่ปลอดภัยภายในบ้าน หลักการทำงานของ Smoke Detector หลักการทำงานของ

Constantly improve yourself.

5 เหตุผลทำไมมนุษย์เงินเดือนต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด5 เหตุผลทำไมมนุษย์เงินเดือนต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด

มนุษย์เงินเดือนหลายคนมักติดกับดักความคิดอยู่อย่างหนึ่งว่า มีงานทำที่มั่นคงแล้วไม่จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เพิ่มให้เสียเวลาเลยตั้งหน้าตั้งตาทำเฉพาะงานที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ซึ่งกับดักความคิดนี้เองเป็นการปิดประตูโอกาสให้ตัวเองพลาดเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่จะช่วยพัฒนาสมองและจิตใจโดยไม่แน่ว่าอนาคตนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าปัจจุบันได้และ 5 เหตุผลนี้ยืนยันว่าทำไมคนที่มีงานทำเป็นมนุษย์เงินเดือนต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ 5 เหตุผลที่ควรพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ฉบับพนักงานเงินเดือน 1. เพราะงานที่มั่นคงไม่ได้เท่ากับอิสรภาพทางการเงิน อยากมีอิสรภาพทางการเงินคือมีเงินใช้จ่ายอย่างเพียงพอไม่ขัดสน คุณจะต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มองหากิจกรรมหรืออาชีพใหม่ ๆ ทำเสริมกันไปย่อมดีกว่ายึดติดแต่เพียงงานเดียวเท่านั้น  2. แน่นอนว่าการเรียนรู้คือการค้นหาตัวเองด้วยไปในตัว เคยไหมรู้สึกว่าชีวิตการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ได้มีความสุขตลอดเวลานั่นเพราะอาจเป็นงานที่ได้เงินแต่ไม่ได้มีความสุขมากเท่าไหร่นัก ดังนั้นการเรียนรู้สิ่งใหม่ย่อมทำให้คุณได้ค้นหาตัวเองด้วย ระหว่างทางอาจจะพบความชอบที่ใช่และกลายเป็นความสุขที่เติมเต็มวัยทำงาน เช่น คนมนุษย์เงินเดือนทำงานวันละ 8 ชั่วโมงหลังเลิกงานเรียนรู้ทำอาหาร  3. การเรียนรู้ที่นอกเหนือจากคำสั่งเจ้านายข้อดีคือคุณจะมีแนวคิด วิธีการแก้ปัญหาใหม่ ๆ

Growth Mindset

เริ่มต้นพัฒนาตัวเองด้วย Growth Mindsetเริ่มต้นพัฒนาตัวเองด้วย Growth Mindset

ถึงแม้โลกจะใจร้ายกับเรามากแค่ไหนแต่เชื่อว่าหลายคนยังคงมีความต้องการอยากพัฒนาตัวเอง และบางครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะการพัฒนาตัวเองที่มาพร้อมกับการต่อสู้กับความคิดหรือ Mindset ของตัวเอง แต่ไม่ต้องกังวลไปคนเราเปลี่ยนกันได้แม้ต้องใช้เวลาสักหน่อยก็ตาม รู้จัก Growth Mindset คือ?  ก่อนจะเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการพัฒนาตัวเอง มาดูกันก่อนว่า Growth Mindset คือ? Growth Mindset คือ วิธีคิดที่มาพร้อมกับความเชื่อว่าความรู้ ทักษะ และความสามารถ สามารถพัฒนาได้โดยอาศัยการพยายามฝึกฝนเรียนรู้   นอกจากนั้น คุณสมบัติทั่วไปของคนที่มี Growth Mindset ยังมีความเชื่อมั่นในคุณค่าและศักยภาพของตัวเองค่อนข้างสูงและมีความเชื่อว่าความสำเร็จเกิดจากความพยายาม การทุ่มเทเวลา รวมถึงการแก้ไขจุดอ่อนของตัวเองอีกด้วย วิธีพัฒนา Growth